เบิร์นแคลอรี่แบบมีประสิทธิภาพด้วยเทคนิคดีๆ บนลู่วิ่งไฟฟ้า

ถ้าคุณต้องการลดน้ำหนัก แต่คุณวิ่งอยู่บนความเร็ว และความชันเท่าเดิมบนลู่วิ่งไฟฟ้า นั่นเท่ากับว่าการวิ่งของคุณนั้นกลายเป็นการวิ่งที่สุดแสนจะน่าเบื่อ และไม่ได้สร้างประสิทธิภาพในการเบิร์นแคลอรี่เลย ดังนั้นเลิกพฤติกรรมแบบนั้น แล้วหันมาวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างถูกวิธีกันดีกว่า

ปรับเปลี่ยนระยะเวลาการวิ่งให้หลากหลาย

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่เรื่องยากหากหลายคนเข้าใจ เพราะคนส่วนใหญ่ที่ไปวิ่งบนลู่นั้นอาจคิดว่าหากวิ่งอย่างหนักหน่วง ก็น่าจะช่วยให้เผาผลาญแคลอรี่ได้ดี ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะการวิ่งจนอัตราการเต้นของหัวใจเกือบอยู่ในจุดสูงสุดก็จะทำให้ผู้วิ่งเหนื่อยเร็วขึ้น และไม่สามารถยืดระยะเวลาในการเผาผลาญแคลอรี่ออกไปได้ ดังนั้นการปรับความหนักให้เหมาะสม รวมถึงเปลี่ยนระยะเวลาในแต่ละวัน เช่นวันนี้วิ่ง 20-30 นาที แต่เร็ว อีกวันก็วิ่งช้าๆ แต่นาน ก็จะช่วยให้การเผาผลาญแคลอรี่ทำได้ดีกว่าเดิม
ลองเร่งความเร็วระหว่างวิ่งเป็นช่วงๆ ดู

นอกจากนี้การเร่งความเร็วเป็นช่วงๆ หรือ Intervals ก็ช่วยให้การใช้เครื่องออกกำลังกายตัวนี้เผาผลาญแคลอรี่ได้ดีกว่าเดิมเช่นกัน โดยมีข้อพิสูจน์มาแล้วว่า ผู้หญิงที่วิ่งอย่างหนัก 2 นาที จากนั้นวิ่งช้า 3 นาที ก็สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีกว่าวิ่งในแบบปกติ ดังนั้นการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าแบบ Intervals ในสัดส่วน 1:2 หรือ 1:1 ก็แล้วแต่ผู้วิ่งจะถนัด แต่ต้องอย่าลืมว่าต้องไม่วิ่งหนักจนเกินไป รวมถึงเช็คว่าลู่วิ่งไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่มี Feature นี้หรือไม่

ทางชันเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยได้

ลู่วิ่งไฟฟ้านั้นเป็นเครื่องออกกำลังกายที่มีข้อได้เปรียบจากการวิ่งบนทางปกติคือ มันสามารถปรับความชันได้ ซึ่งตามสัญชาตญาณปกติก็คงจะรู้ว่า เมื่อทางยิ่งชัน การใข้แรงก็ต้องมากขึ้นเป็นธรรมดา และนั่นเท่ากับช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีกว่าเดิมด้วย อย่างไรก็ตามการปรับความชัน ควรจะค่อยๆ ปรับขึ้นไป หรือราว 2-4% จากความชันปกติ รวมถึงอาจลองลดความเร็วจากที่วิ่งปกติดูก่อน เพื่อให้ร่างกายรู่สึกชิน และเมื่อชินแล้วก็วิ่งได้ในความเร็วปกติ รวมถึงจะทำแบบ Intervals ก็ได้เช่นกัน
อย่าลืมไปออกกำลังกายแบบอื่นบ้าง

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายบนเครื่องออกกำลังกายอย่างลู่วิ่งไฟฟ้า นอกจากจะสลับกันวิ่งทั้งระยะทาง ความเร็ว และความชันแล้ว ก็อย่าลืมไปออกกำลังกายในรูปแบบอื่นๆ ที่ลู่วิ่งไฟฟ้าไม่สามารถตอบโจทย์ควบคู่ด้วย เพราะเทคนิคทั้งหมดที่กล่าวนี้จะเปล่าประโยชน์ทันทีหากผู้วิ่งทำซ้ำมันอยู่อย่างนั้น จึงอยากแนะนำว่าการไปเต้นแอโรบิค หรือออกกำลังกายที่เน้นความแข็งแกร่งอย่างปั่นจักรยาน ก็สามารถให้คุณเข้าถึงเป้าหมายเผาผลาญแคลอรี่ น้ำหนัก หรือรอบเอวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด